<%@LANGUAGE="VBSCRIPT" CODEPAGE="874"%> FAQ-SMC
   

 

 

คำถามที่พบบ่อย


1. ทรายและดินที่ถม มาจากไหน
2. เศษขยะ เศษดิน ดินเสาเข็ม ไม่ดีอย่างไร
3. ระหว่างดินกับทรายควรถมอะไร
4. ในกรณีใช้ทรายถม บริเวณรอบพื้นที่ ทรายจะไถลตัวหรือไม่
5. พูดถึงการระบายน้ำ
6. ควรถมที่ตอนไหน
7. ถ้าถมที่ด้วยดินควรทิ้งไว้นานเท่าไร
8. ถ้าถมที่ด้วยทรายควรทิ้งไว้นานเท่าไร
9. พื้นโรงรถ และคานคอดิน บ้านเก่า ควรเอาออกหรือไม่ ก่อนทำการถมที่
10. สนามบินสุวรรณภูมใช้ทรายถมที่จริงหรือ
11. การคิดราคาถมที่
12. ควรถมสูงแค่ไหน
13. ปกติหมู่บ้านทั่วไปถมด้วยอะไร
14. ถ้าถมทรายแล้วเวลาตอกเสาเข็ม หรือเจาะเสาเข็ม จะทำให้ทรายไถลตัวร่วงลงไปในหลุมเจาะหรือไม่


 

คำถาม-ตอบ


1. Q : ทรายและดินที่ถม มาจากไหน


A : ดินและทรายที่ใช้ถม มาจาก จ. อ่างทอง โดยการล่องมาทางเรือ ซึ่งดินมีทั้งหน้าดิน และดินชั้น2 -3 ส่วนทรายถมหรือทรายขี้เป็ด จะเป็นทรายที่ปนสารอินทรีย์(หรือปนดิน และเลน) และมีความหยาบต่ำ จึงไม่ใช้ในการผสมคอนกรีตเพราะจะทำให้คอนกรีตมีความแข็งแรงต่ำ ในกรณีของสนามกอล์ฟหรือสนามบินหนองงูเห่าใช้ทรายถมนี้ แต่นำมาล้างขี้เลนออก ซึ่งทำให้มีราคาแพงกว่าทรายถมทั่วไปซึ่งเรียกว่า "ทรายล้าง" หรือ "ทรายสเปก"

top

2. Q : เศษขยะ เศษดิน ดินเสาเข็ม ขี้ปูนไม่ดีอย่างไรกับการถมที่

A : วัสดุต่าง ๆ เหล่านี้มีข้อดีที่ราคาถูก แต่คุณสมบัติในการรับแรงต่ำ ในกรณีเศษขยะและต้นไม้ใหญ่ เมื่อถมไปเป็นเวลานาน อาจเกิดการผุพังย่อยสลายทำให้เกิดการทรุดตัวของพื้นที่ กรณีของเศษดิน อาจมีการปนของเศษปูนเล็ก ขยะ ทำให้ไม่สามารถปลูกต้นไม้ได้งอกงามนัก ส่วนกรณีของดินเสาเข็ม อาจมีbentonite salary ซึ่งเป็นน้ำโคลนเพิ่มความเสถียรภาพของหลุมเจาะ ทำให้ดินที่นำมาถมนั้นมีลักษณะ เปียก ง่ายต่อการทรุดตัวภายหลังและไม่เป็นผลดีต่อต้นไม้ ในกรณีของอิฐหัก มีข้อดีที่ความสามารถในการรับแรง และการระบายน้ำได้ดี แต่อันตรายต่อการตอกเสาเข็ม การถมด้วยวัสดุต่าง ๆเหล่านี้ ไม่ควรถมในพื้นที่ที่ต้องการถมสูงหรือบ่อเก่า เพราะจะทำให้เกิดการทรุดตัวในภายหลังได้มาก ในหมู่บ้าน หรือพื้นว่าง ๆ เปล่า บางแห่งที่เจ้าของไม่ได้พิถีพิถัน และต้องการลดต้นทุนหรือพื้นที่ที่จะทำการใช้สอยต่ำ จะเลือกใช้วัสดุดังกล่าวและถมด้วยดินหรือทรายที่สะอาดไว้ ประมาณ 0.5 - 1 เมตร ด้านบน

top

3. Q : ระหว่างดินกับทราย และลูกรังควรถมที่ด้วยวัสดุอะไร

A : ในการถมที่ด้วยดินนั้นจะมีข้อดีคือ สามารถปลูกต้นไม้ได้ แต่จะมีข้อเสียคือ จะไม่แน่นเท่าทราย (กรณีถมโดยทั่วไป ไม่ได้บดอัดตามวิธีมาตรฐาน) ดินที่ทำการถมบางครั้งมาเป็นก้อนขนาดใหญ่ แม้ว่าจะทำการบดอัดด้วยรถแทรกเตอร์ แต่ก็ยังเกิดเป็นโพรงภายในได้ ทำให้เกิดการทรุดตัวในภายหลังประมาณ 5-25% ทำให้ต้องอาศัยเวลาในการทรุดตัวประมาณ 1-2 ปี (หน้าฝน 2 ครั้ง)เนื่องจากน้ำในดินได้ออกไป ทำให้ดินยุบตัว พื้นที่ก็จะทรุด แต่ถึงกระนั้นก็ยังเป็นที่นิยมจากผู้บริโภค ซึ่งจะทำให้เกิดปัญหากับโรงจอดรถเพราะว่า ตัวบ้าน ถ่ายน้ำหนักลงสู่เสาเข็ม จากนั้นเสาเข็มกระจายน้ำหนักลงดินชั้นล่าง ส่วนโรงรถส่วนใหญ่จะเทพื้นคอนกรีตไว้บนพื้นดิน ซึ่งการกระจายน้ำหนักจะลงที่ดินส่วนบน เมื่อดินที่ถมใหม่เกิดการทรุดตัวลง จะทำให้ตัวบ้านและ โรงจอดรถ แยกออกจากกัน ส่วนการถมทราย จะมีโอกาสทรุดตัวได้น้อยกว่าดิน โดยเนื้อทรายถมจะละเอียดและไม่จับตัวกันเป็นก้อน ทำให้พื้นที่มีความแน่น ไม่จำเป็นต้องเสียเวลารอคอยการทรุดตัวนานนัก ในกรณีปลูกบ้านอาจแยกถมทั้ง2วัสดุ คือบริเวณตัวบ้านและถนนตัวบ้านใช้เป็นทรายถม ส่วนบริเวณที่จะปลูกต้นไม้หรือสวน ควรใช้เป็นดิน (ไม่นิยมถมทรายด้านล่าง แล้วถมดินด้านบน เพราะ ต้นไม้จะไม่ค่อยงาม) กรณีลูกรัง ต้องระวังบ้าง เนื่องจากบางครั้ง อาจมีหินที่ผุ ทำให้เกิดการทรุดตัวในภายหลังได้

top

4. Q : ในกรณีใช้ทรายถม บริเวณรอบพื้นที่ ทรายจะไถลตัวหรือไม่


A : ไม่ไถลตัว ถ้าถมไม่สูงมาก หรือความลาดของขอบรอบพื้นที่มาก จะไม่เกิดการไถลตัว และไม่ฟุ้งกระจาย ยกเว้นมีสุนัข หรือเด็กมาคุ้ยเขี่ยเล่นในบริเวณพื้นที่ถม บางครั้งจะใข้การปั้นคันดินรอบบริเวณพื้นที่ถมกว้างประมาณ 0.5-1 เมตร หรือทำกำแพงคอนกรีตกันดินเพื่อความเรียบร้อยสวยงาม

top

5. Q : พูดถึงการระบายน้ำ
A : ทรายจะระบายได้ดีกว่าดิน เนื่องจากเม็ดดินมีขนาดเล็กมาก ก่อรวมตัวกันเป็นเนื้อดิน น้ำต้องใช้เวลานานในการซึมผ่านดิน แต่เม็ดทรายมีขนาดใหญ่น้ำซึมผ่านได้ง่าย
top

6. Q : ควรถมที่ตอนไหน
A : มี 2 ช่วง คือช่วงก่อนการลงฐานราก ในกรณีที่พื้นที่ที่ต้องการถมต่ำกว่าถนน หรือระดับที่ต้องการมาก ส่วนใหญ่จะใช้เป็นทรายถมและ ช่วงที่สองจะเป็นช่วงที่ตัวบ้านเสร็จแล้ว เพื่อปรับระดับบริเวณบ้าน ส่วนใหญ่จะใช้เป็นดินในส่วนของสวน และทรายในส่วนที่เป็นถนนและโรงจอดรถ

top

7. Q : ถ้าถมที่ด้วยดินควรทิ้งไว้นานเท่าไร
A : ต้องอาศัยเวลาในการทรุดตัวประมาณ 1-2 ปี (หน้าฝน 2 ครั้ง)เนื่องจากน้ำในดินไหลออกไป ที่ก็ทรุด

top

8. Q : ถ้าถมที่ด้วยทรายควรทิ้งไว้นานเท่าไร
A : ประมาณ 0 สัปดาห์ ถึง 2 เดือน

top

9. Q : พื้นโรงรถ และคานคอดิน บ้านเก่า ควรเอาออกหรือไม่ ก่อนทำการถมที่
A : ตามหลักการทางวิศวกรรมฐานราก ควรเอาพื้นโรงรถและคานคอดินเก่าออกจากพื้นที่ที่ต้องการถม เนื่องจากเป็นการลดน้ำหนักซึ่งไม่จำเป็น ที่พื้นดินเดิมส่วนล่างต้องรับไว้ ทั้งนี้ขึ้นกับสภาพดินและระยะเวลา ในพื้นที่นั้น ๆ ส่วนคานคอดิน ควรดูที่แบบแปลนบ้านที่จะสร้างใหม่ว่ามีตำแหน่งฐานรากซ้อนทับบนคานคอดินเก่าหรือไม่ ในกรณีที่ยังไม่ทราบตำแหน่งควรเอาออกให้หมด เพราะเมื่อถมที่ไปแล้วจะเป็นการยากในการนำออก

top

10. Q : สนามบินสุวรรณภูมิใช้ทรายถมที่จริงหรือ
A : เป็นความจริง เนื่องจากทางขึ้นลงของเครื่องบินต้องการความแข็งแรงอย่างมากและต้องมั่นใจว่าพื้นทางจะไม่ทรุดตัว หรือชำรุด โดยปกติแล้วการถมทรายจะสามารถควบคุมการบดอัดได้มากกว่าดิน โดยสามารถบดอัดได้ถึง 95 % modify proctor(บดอัดได้ค่าความหนาแน่น 95%ของการนำตัวอย่างทรายถมไปทดสอบบดอัดในห้องปฎิบัติการโดยวิธีmodify proctor ตามมาตรฐานASTM) ในขณะที่ดินสามารถบดอัดได้น้อยกว่านี้มาก

top

11. Q : การคิดราคาถมที่
A : มี 2 แบบ คิดแบบเหมาจ่าย กับนับจำนวนคันที่ถม

top

12. Q : ควรถมสูงแค่ไหน
A : ปกติจะถมสูงกว่าถนนประมาณ 0 -1 เมตร

top

13. Q : ปกติหมู่บ้านทั่วไปถมด้วยอะไร
A : ถ้าผู้ซื้อไม่พิถีพิถันจะไม่ทราบได้เพราะ ด้านล่างอาจเป็นขยะหรือดินจากเข็มเจาะ ด้านบนประมาณ 0.5-1 เมตร เป็นทราย หรือดิน ผู้ซื้อควรตรวจสอบพื้นที่ที่กำลังก่อสร้างที่กำลังถม หมู่บ้านที่ดีส่วนใหญ่จะเลือกใช้ทรายถม

top

14. Q: ถ้าถมทรายแล้วเวลาตอกเสาเข็ม หรือเจาะเสาเข็ม จะทำให้ทรายไถลตัวร่วงลงไปในหลุมเจาะหรือไม่
A: ทรายถมไถลตัวลงไปบ้างในหลุม แต่ไม่มาก เนื่องจากเข็มเจาะบริเวณปากหลุมมีปลอกป้องกันดินไถลลงหลุมเจาะ


 

top

Home